เถาวัลย์เปรียง Compound Derris Giffarine
เถาวัลย์เปรียง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Derris scandens (Roxb.) Benth. เป็นไม้เถา องค์ประกอบทางเคมีของลำต้นเถาวัลย์เปรียงเป็นกลุ่มไอโซฟลาโวน (isoflavone) ไอโซฟลาโวน กลัยโคซัยด์ (isoflavone glycoside) และ พรีนิลเลดเตดไอโซฟลาโวน (prenylated isoflavone)
เถาวัลย์เปรียงเป็นหนึ่งในตัวยาที่ถูกบรรจุอยู่ในตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยมีสรรพคุณเป็นยากษัยเส้น หรือยาแก้ปวดเมื่อย มีการศึกษาถึงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และความปลอดภัยในการใช้เถาวัลย์เปรียง
ประโยชน์ของเถาวัลย์เปรียงสรุปได้ดังนี้
- มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ
- ช่วยลดอาการปวดในผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง
- มีส่วนช่วยควบคุมและ/หรือเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
- มีความปลอดภัยในการใช้
เถาวัลย์เปรียงกับโรคข้อเข่าเสื่อม “โรคข้อเข่าเสื่อม” เป็นโรคที่พบบ่อยมากในผู้สูงอายุ ในประเทศไทยพบผู้สูงอายุมากกว่า 6 ล้านคน เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม โดยพบในผู้ป่วยวัย 50 ปีขึ้นไป มากถึงร้อยละ 40 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมจะมีอาการปวดเข่า และไม่สามารถทำงานหรือดำรงชีวิตได้อย่างปกติ
หนึ่งในวิธีการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม คือ การบริหารกล้ามเนื้อต้นขาให้แข็งแรง และผู้ป่วยก็มักจะได้รับยาแก้ปวดร่วมด้วย ซึ่งได้แก่ ยาลดการอักเสบในกลุ่ม NSAIDS แต่มีฤทธิ์ข้างเคียงที่สำคัญคือระคายเคืองและทำให้เกิดแผลในระบบทางเดินอาหารและยามีราคาแพง
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยสมุนไพรจึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัยสมุนไพร “เถาวัลย์เปรียง” ใช้ในการรักษาผู้ป่วยทดแทนการนำเข้ายาจากต่างประเทศ ซึ่งได้ผลดีมาก โดยพบว่า สารสกัดจากลำต้นของเถาวัลย์เปรียงมีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวด ต้านการอักเสบ สามารถใช้แทนยาแก้อักเสบที่เป็นยาแผนปัจจุบันเพื่อรักษาโรคปวดหลังส่วนล่างได้ ขณะนี้ได้ผ่านการทดสอบทางคลินิกในคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกัน ทางสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินการศึกษาความปลอดภัยของสารสกัดเถาวัลย์เปรียง เมื่อทำการทดลองความเป็นพิษเฉียบพลันและพิษเรื้อรังของสารสกัดเถาวัลย์เปรียงในสัตว์ ทดลองพบว่า มีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังได้ทดสอบสรรพคุณในอาสาสมัครโดยร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราช ในการรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมโดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับยาต้านอักเสบ Naproxen และกลุ่มที่ได้รับสารสกัดเถาวัลย์เปรียงก็พบว่า สารสกัดจากเถาวัลย์เปรียงมีประสิทธิผลในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมได้ดี และมีแนวโน้มว่า ปลอดภัยกว่ายา Naproxen เพราะพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับยา Naproxen มีอาการหิวบ่อย แสบท้อง จุกเสียด แน่นท้อง ในขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับสารสกัดเถาวัลย์เปรียงไม่มีอาการข้างเคียงดังกล่าว
ยาแคปซูลเถาวัลย์เปรียงสกัด ตรา กิฟฟารีน
เป็นยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ
ส่วนประกอบสำคัญ ใน 1 แคปซูล ประกอบด้วย
เถาวัลย์เปรียบสกัด 200 มก. เถาเอ็นอ่อน 82 มก. และตัวยาอื่นๆ
ขนาดรับประทาน : ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น
คำเตือน : อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค
ฆท. 1565/2552
ขนาด 30 แคปซูล
ราคาปกติ 320 บาท
ยาแคปซูลเถาวัลย์เปรียงสกัด ตรา กิฟฟารีน
เป็นยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ
ส่วนประกอบสำคัญ ใน 1 แคปซูล ประกอบด้วย
เถาวัลย์เปรียบสกัด 200 มก. เถาเอ็นอ่อน 82 มก. และตัวยาอื่นๆ
ขนาดรับประทาน : ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น
คำเตือน : อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค
ฆท. 1565/2552
ขนาด 30 แคปซูล
ราคาปกติ 320 บาท
กิฟฟารีน คอลลาเจน แมกซ์ (Collagen Maxx Giffarine)
คุณสมบัติ
-ช่วยลดริ้วรอย สร้างความตึงกระชับให้ผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียน
-ช่วยบำรุงผิว ผม เล็บ และบำรุงกระดูก
-เสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับผิว -ป้องกันโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด
-ป้องกันโรคกระดูกบางและไขข้ออักเสบ เสริมกระดูกอ่อนในข้อ
ขนาดรับประทาน : วันละ 1-2 เม็ด หลังอาหาร
คำเตือน : ห้ามรับประทานในผู้แพ้อาหารทะเล
อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ฆอ. 828/2552
ขนาด 30 เม็ด
ราคาปกติ 600 บาท
น้ำมันปลา (Fish oil Giffarine)
น้ำมันปลา (Fish oil Giffarine)
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ "น้ำมันปลา"
น้ำมันปลาแตกต่างจากน้ำมันตับปลาอย่างไร ?
คนไทยเรารู้จัก “ น้ำมันตับปลา ” มาเป็นเวลานาน โดยใช้เป็นอาหารเสริม ซึ่งมีวิตามินที่สำคัญคือ วิตามินเอ และ ดี น้ำมันตับปลาเป็นน้ำมันที่สกัดจากตับปลาทะเลบางชนิด เช่น ปลาคอด (COD) ส่วนน้ำมันปลาที่เราจะกล่าวถึงนี้ไม่ใช่น้ำมันตับปลา แต่เป็นน้ำมันที่สกัดมาจากส่วนหัวหรือเนื้อปลาทะเล ในน้ำมันปลานี้จะอุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็น ซึ่งร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ กรดไขมันจำเป็นชนิดนี้เป็นกรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัว มีชื่อเรียกว่า “ โอเมก้า- 3 ” ซึ่งมีอยู่มากในน้ำมันปลาเป็นปริมาณมาก
น้ำมันปลาประกอบด้วยอะไรบ้าง ?
น้ำมันปลาประกอบด้วยกรดไขมันจำเป็นประเภทโอเมก้า 3 อยู่มาก ซี่งในกลุ่มของโอเมก้า 3 นั้นเรายังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ที่สำคัญคือ
1. กรดโดโคซาเฮกอีโนอิก (Docosahexaenoic Acid) หรือ DHA
2. กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก (Eicosapentaennoic Acid) หรือ EPA
น้ำมันปลาช่วยลดไขมันในเลือดได้อย่างไร ?
จากการศึกษาพบว่า สามารถลดระดับของไตรกีรเซอไรด์ในเลือดได้ถึง 19 – 24 % แต่ไม่ลดโคเลสเตอรอล การที่น้ำมันปลาสามารถลดไขมันเลือดได้นี้ เชื่อว่า เกิดจากที่ DHA /EPA ลดการสร้างไตรกรีเซอไรด์ลง และไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในตับชื่อ Acylransferases และ Phosphatidatephoshydrolase นอกจากนี้น้ำมันปลายังช่วยเพิ่มปริมาณของ DHL ซึ่งจะทำให้มีการเก็บโคเลสเตอรอลในเลือดและผนังหลอดเลือดกลับสู่ตับ และเปลี่ยนน้ำดีเพื่อขับออกนอกร่างกาย
น้ำมันปลาช่วยลดการบวมของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้อย่างไร ?
สาร DHA /EPA จะลดการสร้างโพรสตาแกลนดิน ชนิดลิวโคไตรอีน ซึ่งเป็นสารก่อการอักเสบ ทำให้สามารถลดการอักเสบและบวมของข้อได้
จากการทดลองของ Tulleken และคณะ ได้ให้ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์รับประทานน้ำมันปลา 12 กรัม / วัน พบว่า การบวมของข้อรวมทั้งการเคลื่อนไหวลำบากของข้อลดลง ซึ่งเราสามารถใช้น้ำมันปลาเป็นอาหารเสริมร่วมกับยาที่ใช้อยู่เพื่อลดการบวมและการอักเสบของข้อได้
น้ำมันปลาจะช่วยในโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันได้อย่างไร ?
น้ำมันปลาช่วยในโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน โดยกลไกการจับตัวของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนคล่องขึ้น จึงลดทั้งอุบัติการณ์การเป็นโรคนี้ และลดอัตราการตีบซ้ำในผู้ที่เป็นโรคนี้
สาร DHA ในน้ำมันปลาช่วยบำรุงสมองได้อย่างไร ?
ในประเทศญี่ปุ่นช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีผลงานวิจัยแสดงผลอย่างชัดเจนว่า สาร DHA ในน้ำมันปลามีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง โดยสาร DHA จะช่วยบำรุงสมองให้ทำงานดีขึ้น DHA ผ่านเข้าไปในสมองและเสริมสร้างการเจริญเติบโตของปลายประสาทที่เรียกว่า Dendrite บริเวณของ Dendrite นี้จะทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณและผ่านข้อมูลระหว่า เซลล์สมองด้วยกัน ดังนั้นจึงมีการแนะนำให้รับประทานเนื้อปลา
น้ำมันปลา Fish Oil ขนาด 1,000 มก.
ประกอบด้วย
น้ำมันปลา 1000 มก.
มีส่วนผสม EPA 180 มก. /DHA 120 มก.
บรรจุ 90 แคปซูล
ราคาปกติ 540 บาท
คำเตือน : อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ฆอ. 1213/2553
แคลเซียม แคลดีแมกซ์ 600 (Cal-D-Mag 600 Giffarine)
ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 เม็ดของ แคล ดี แมก 600 มีดังนี้
แคลเซียม 600 มก. .
แมกนีเซียม 53 มก.
วิตามิน ดี 3 200 หน่วยสากล
วิตามิน ซี 30 มก.
วิตามิน อี 3 หน่วยสากล
สังกะสี 7.5 มก.
ทองแดง 1 มก.
แมงกานีส 2 มก
วิตามินและแร่ธาตุมีคุณประโยชน์ ดังนี้
1. วิตามิน ดี3 เสริมประสิทธิภาพในการดูดซึมแคลเซี่ยมให้ดีขึ้น
2. แมกนีเซียม เป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการเผาผลาญอาหาร ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน ป้องกันการเป็นตะคริว
3. วิตามินซี เสริมสร้างผนังหลอดเลือด ช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุ เสริมสร้างเซลล์ให้แข็งแรง
4. สังกะสี เป็นส่วนจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของระบบสืบพันธุ์ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
5. ทองแดง ช่วยในการหายใจของเซลล์ เป็นส่วนสำคัญของการสร้างเนื้อเยื่อ และมีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตของกระดูก
6. วิตามิน อี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันไม่ให้เซลล์เสื่อมสภาพ ช่วยลดการเกิดโรคหลายชนิดที่เกิดจากเซลล์ถูกทำลาย
หน้าที่สำคัญของแคลเซี่ยม
1. เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันความผิดปกติของกระดูก เช่น กระดูกหักง่าย หลังโก่งงอ กระดูกเรียงผิดรูป หรือฟันโยกหลุดง่าย
2. ป้องกันการปวดเกร็งในช่องท้องในผู้หญิงระหว่างมีประจำเดือน
3. ลดอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ และอาการชาตามปลายมือ ปลายเท้า
4. ช่วยให้การเจริญเติบโตในด้านความยาว และความแข็งแรงของเด็กในวัยเจริญเติบโต
5. แคลเซียมช่วยให้กระดูกและฟันมีสุขภาพแข็งแรง
6. ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกเสื่อมและกระดูกหัก
7. ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่
8. ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ
9. มีส่วนช่วยให้จังหวะการเต้นของหัวใจเป็นปกติ
10. ช่วยเผาผลาญธาตุเหล็กในร่างกาย
11. ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
12. ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกอ่อนในเด็ก
13. ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกน่วม
14. ช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุน
15. ช่วยป้องกันอาการกระดูกหักง่ายในวัยสูงอายุ
16. ช่วยเรื่องระบบประสาท โดยเฉพาะการส่งต่อสัญญาณประสาท โรคจากการขาดแคลเซียม
เด็กเล็ก 1 -6 ปี ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.) 800
เด็กวัยรุ่น ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.) 1200
สตรีหมดประจำเดือน ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.) 1200
สตรีมีครรภ์ให้นมบุตร ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.) 1200 - 1500
ผู้ใหญ่ ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.) 800
ผู้สูงอายุ ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.) 1500
การได้รับแคลเซี่ยมในปริมาณน้อยกว่า 2000 มก. ถือว่า ปลอดภัย สำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ทั่วไป ถ้าในปริมาณที่มากกว่า 2000 มก./วัน ถือว่า ไม่ปลอดภัย และอาจเป็นอันตรายได้ ถ้าได้รับเช่นนี้ต่อเนื่องหลายๆ วัน ติดๆ กัน โดยจะทำให้ท้องผูกและอาจทำให้เป็นนิ่วในไตหรือในระบบปัสสาวะได้
สรุปแล้ว แคลเซี่ยม ที่พอเพียงมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย บำรุงกระดูก การขาดแคลนมีผลทำให้ความสูงหยุดชะงักได้ องค์ประกอบที่จะสูงไม่ได้มาจากแคลเซี่ยม แต่เพียงอย่างเดียว อาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงหลากหลายให้เลือก และนมเป็นอาหารที่ท่านง่ายที่สุด ในกรณีที่ทานนมไม่ได้ ก็อาจทานอาหารชนิดอื่นหรืออาหารสุขภาพที่ปลอดภัย ซึ่งเสริมแคลเซี่ยมในบ้านเราก็มีหลายชนิดโดยทานปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป ก็จะเป็นการใส่ใจดูแลทางโภชนาการที่สมบูรณ์
วิธีรับประทานครั้งละ 1 เม็ด พร้อมอาหารเย็น
ฆอ. 1983/2553
ขนาด 60 เม็ด
ราคาปกติ 420 บาท
วิธีการสั่งซื้อสินค้ากิฟฟารีนแล้วแต่สะดวกนะครับ
1. โทรสั่งสินค้าที่ 1101 สายด่วยกิฟฟารีน โดยแจ้งรหัสรหัสหรือชื่อสินค้าและแจ้งรหัสสมาชิก 20143747 จะได้รับส่วนลดสินค้า25%ทุกรายการ ส่งฟรีถึงบ้านเมื่อมียอดสั่งซื้อ900บาทขึ้นไป หรือ
2.ไปซื้อเองที่ศูนย์กิฟฟารีนทั่วประเทศ โดยแจ้งรหัสหรือชื่อสินค้าที่ต้องการและแจ้งรหัสสมาชิก 20143747 จะได้รับส่วนลดสินค้า 25%ทุกรายการ
Line ID : pompat08681490111. โทรสั่งสินค้าที่ 1101 สายด่วยกิฟฟารีน โดยแจ้งรหัสรหัสหรือชื่อสินค้าและแจ้งรหัสสมาชิก 20143747 จะได้รับส่วนลดสินค้า25%ทุกรายการ ส่งฟรีถึงบ้านเมื่อมียอดสั่งซื้อ900บาทขึ้นไป หรือ
2.ไปซื้อเองที่ศูนย์กิฟฟารีนทั่วประเทศ โดยแจ้งรหัสหรือชื่อสินค้าที่ต้องการและแจ้งรหัสสมาชิก 20143747 จะได้รับส่วนลดสินค้า 25%ทุกรายการ
Tel. : 0868149011
Email : pomja.patja@gmail.com
สนใจสมัครสมาชิกกิฟฟารีน : http://aekgiff.guide4lift.org/preregister.php





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น